1. มะระขี้นก
มะระขี้นกมีรสขมตามธรรมชาติ และมีสารสำคัญที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย เช่น ผัด ลวก หรือนำไปทำเป็นเครื่องดื่มผักเพื่อสุขภาพ ช่วยลดความขมและรับประทานง่ายขึ้น
2. ตำลึง
ตำลึงเป็นผักพื้นบ้านที่มีฤทธิ์เย็น ใบและเถามีคุณสมบัติช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อีกทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เหมาะสำหรับนำไปปรุงเป็นแกงจืด แกงเลียง หรือเมนูต้มต่าง ๆ
3. เตยหอม
เตยหอมมีคุณสมบัติช่วยขับปัสสาวะ ลดอาการกระหายน้ำ และช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากใช้แต่งกลิ่นและสีในอาหารแล้ว ยังสามารถนำไปต้มเป็นน้ำเตยดื่มเพื่อความสดชื่นได้
4. ผักเชียงดา
ผักพื้นบ้านที่พบมากในภาคเหนือ นิยมนำมาปรุงอาหารหรือแปรรูปเป็นชาชง มีรายงานว่าสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพระยะยาว
5. ช้าพลู
ช้าพลูมีรสเผ็ดร้อน ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารและลดระดับน้ำตาลในเลือด สามารถรับประทานได้ทั้งแบบสดและสุก แต่ไม่ควรบริโภคในปริมาณมากเกินไป เพราะอาจส่งผลต่อระบบทางเดินปัสสาวะได้
ตำรับยาไทย “ยามธุระเมหะ” ทางเลือกดูแลผู้ป่วยเบาหวาน
นอกจากสมุนไพรผักพื้นบ้านแล้ว ยังมี ตำรับยามธุระเมหะ ซึ่งเป็นตำรับยาไทยที่มีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด การใช้ยาสมุนไพรในกลุ่มนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์แผนไทยหรือแพทย์แผนไทยประยุกต์ในสถานพยาบาล เพื่อความปลอดภัยและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ดูแลสุขภาพให้สมดุล ควบคุมเบาหวานอย่างยั่งยืน
การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ได้ผลดี ไม่ได้อาศัยเพียงสมุนไพรหรือยาเท่านั้น แต่ควรดูแลสุขภาพในภาพรวม ได้แก่
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเบา ๆ ว่ายน้ำ ไทเก๊ก หรือกายบริหารแบบไทย
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว
สรุป
สมุนไพรผักพื้นบ้านไทยและตำรับยาไทย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย โดยควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม การดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
ข้อมูลอ้างอิงจาก : กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
